หลังม่านความสำเร็จ “เจริญโอสถ” “ดร.ธิดานันท์ เข็มทองใหญ่” รองประธานกรรมการ


“ความที่เราเป็นผู้หญิงจะละเอียดอ่อน อย่างเช่นเรื่องของสินค้าทุกชิ้นที่วางในร้านต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน โรงานการผลิต ทุกอย่างต้องถูกต้อง ทุกวันมีซัพพลายเออร์หลายรายที่ต้องการจะนำสินค้าใหม่เข้ามาวางในเจริญโอสถ
และจอยมาร์ท จึงจำเป็นต้องคัดสรรเป็นอย่างดีเพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ต้องระวังอย่างถี่ถ้วน ประสบการณ์มันสอนให้เราต้องรอบคอบเสมอ”

จากระยะ 6 ปีความสำเร็จของ “เจริญโอสถ” ผู้นำตลาดของธุรกิจเครือข่าย มิได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืนแต่อาศัยการบ่มเพาะความสำเร็จ จากการเริ่มต้นด้วยความตั้งใจที่จะให้สิ่งดีๆ กับทุกคนในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตและฐานะความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์แบบ เจตนารมณ์เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญแทบทั้งสิ้น แต่จะเป็นความจริงมิได้ ถ้าขาดผู้นำทัพอย่าง “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการบริหาร ที่พิสูจน์ความพร้อมในศักยภาพที่จะนำพาสมาชิกทุกท่านไปสู่ความสำเร็จตามเป้า หมาย แต่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นเลือดนักสู้เต็ม ตัว แม้ผู้คนจะมองว่าเป็นช้างเท้าหลัง แต่ถ้าเท้าหลังไม่ขยับตาม การเดินทางก็ไม่ไปถึงฝั่งแน่นอน
“Biz Record” ฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “ดร.ธิดานันท์ เข็มทองใหญ่” รองประธานกรรมการ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หญิงเก่งและแกร่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทุกก้าวของ   “เจริญโอสถ”จากอดีตสู่ปัจจุบัน

จากธุรกิจ “เฟอร์นิเจอร์”สู่สูตร “โหย่งเหิง”
ก่อนที่จะมาเป็น “เจริญโอสถ” ทั้งสองท่านได้ทำธุรกิจตกแต่งภายใน ขายทั้งเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่านที่เกี่ยวกับการตกแต่ง ภายในชื่อแบรนด์ ไอเดีย เดคคอเรชั่น เริ่มจากร้านเล็ก และก็ขยายสาขาเพิ่มขึ้น อาทิ เช่น มาบุญครอง แฟชั่นไอซ์แลนด์ เดอะมอลล์ แต่พอเจอพิษเศรษฐกิจปี 2540 ธุรกิจเริ่มดาวน์ลง ทำให้สองท่านเริ่มคิดว่าควรจะต้องทำอะไรให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อจะผ่านพ้นกับวิกฤตตรงนี้ไปได้
“ตอนนั้นจบแค่ปวส. พอจบทำงานได้ประมาณ 2 ปี ก็แต่งงานมีครอบครัว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วเราก็ค่อยมาเรียนกันต่อทีหลัง คือเราก็เรียนไป ดูแลธุรกิจไป เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เราเริ่มต้นมาเอง   ค่อยเป็นค่อยไป  เริ่มจากเรามีโรงงานเล็กๆ ผลิตเฟอร์นิเจอร์และ จำหน่ายเองบนห้างที่ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน  และอีกหลายสาขาบนห้างต่าง ๆ ซึ่งนับว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้เราในขณะนั้นได้ดีทีเดียว  แต่ ณ จุดหนึ่ง เรารู้สึกว่ายังไม่ใช่ สิ่งที่เราต้องการ  ช่วงนั้นทำงานหนักมากพร้อมทั้งต้องเจอปัญหาลูกจ้างที่เกิดขึ้นต่าง ๆ นานา  ทั้งมาเจอพิษเศรษฐกิจปี 40 ธุรกิจมันก็ค่อย ๆ ดาวน์ลง   ดังนั้นเราทั้งคู่จึงมีความรู้สึกว่าชีวิตเราน่าจะมีอะไรดีกว่านี้ และทำให้รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำอะไรสักอย่างให้พัฒนาก้าวหน้า มากกว่าที่เป็นอยู่”
และจุดพลิกผันที่ทำให้ทั้งคู่มาพบโอกาสในการพลิกชีวิตและเติมเต็มในสิ่งที่ ต้องการ จะด้วยความบังเอิญหรือเป็นเพราะบุญเก่าที่ทั้งสองท่านสะสมมา  ทำให้พบกับสูตรตำรับยาสมุนไพรที่ยังไม่มีผู้ใดได้รับการถ่ายทอด  จากพ่อบุญธรรมที่เคารพนับถือกันมา
“มีคุณพ่อบุญธรรมที่นับถือ ท่านได้เมตตาให้สูตรยาโหย่งเหิงกับท่านประธาน  ซึ่งขณะนั้น
กำลังปรับปรุงย้ายโรงงานเฟอร์นิเจอร์เดิมไปผลิตอีกแห่งพอดี เลยปรับโรงงานเฟอร์นิเจอร์เดิมมาเป็นโรงงานผลิต “โหย่งเหิง ”แทน  และดำเนินการขออนุญาตผลิตถูกต้องตามกฎหมาย  เมื่อได้ตำรับยามาแล้ว  ก็ลองผิดลองถูกกว่าจะได้รสชาติที่มาตรฐานถูกปากผู้บริโภคเหมือนปัจจุบัน เพราะไม่มีประสบการณ์กันมาก่อนเลย และคิดกัน ว่าถ้าผลิตสินค้าออกมาแล้ว ไม่ได้จำหน่ายก็ไม่มีประโยชน์อะไร คนข้างนอกก็ไม่รู้จัก ดังนั้นจึงต้องนำเสนอสู่สายตาประชาชน”
ในช่วงของการทำตลาด “โหย่งเหิง” ทั้งคู่ทำพร้อมกับการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ในงานออกบูทแสดงสินค้า ตามสถานที่ต่างๆ โดยวางโชว์ในตู้เฟอร์นิเจอร์  ที่สำคัญเธอได้นำความรู้ปริญญาโทมาต่อยอดในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น R &D (การวิจัยและพัฒนา) โดยเรียนรู้และแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กัน และปรับปรุงสูตรจนเป็นรสชาติที่นิยมกันในปัจจุบัน

บุกเบิกธุรกิจเครือข่ายด้วย “หัวใจเลือดนักสู้”

สำหรับชื่อสูตรน้ำยาสมุนไพร “โหย่งเหิง” ก็ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2543  และในปี 2545 ก็เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อสุขภาพสู่ผู้บริโภคในปัจจุบันนั้น แต่กว่าจะมีทัพที่แข็งแกร่งและเติบโตมาได้นั้น ทัพหน้าอย่าง “ดร.สมชาย” กับ กองหนุนสำคัญที่เปรียบเสมือนทัพหลังอย่าง “ดร.ธิดานันท์” ที่จะเป็นแรงผลักดันให้ “เจริญโอสถ” ขับเคลื่อนหรือเติมพลังสมองธุรกิจที่กำลังเติบโต
“ภาวะยุคแรกๆเป็นยุคที่เหนื่อย เพราะว่าบุกเบิกจริงๆ โดยมีสินค้าเพียงตัวเดียว และก็ทำงานแบบลูกทุ่ง   เพราะยังไม่รู้จักคำว่าธุรกิจขายตรง คือรู้แค่ว่าซื้อของมาใช้ เกรงใจเพื่อน  ไม่มีความรู้  ประสบการณ์เลย  รู้สึกว่าไม่เหมาะกับตนเอง   แต่จากการเริ่มธุรกิจเครือข่ายนี้เอง    ทำให้ต้องพยายามปรับตนเองเรียนรู้ใหม่และพร้อมต้อนรับผู้นำที่เข้ามาสมัคร มากมาย ในช่วงแรก ซึ่ง พบทั้งปัญหาและอุปสรรค   วิกฤติ จากเหตุการณ์ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นถือเป็นประสบการณ์จริงที่สอนให้เราแข็งแกร่ง  แก้ไขสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ ผ่านพ้นมาได้   และเข้าใจมากขึ้นในปัจจุบันนี้
สำหรับดิฉันตอนนั้นก็ต้องดูแลในเรื่องของการเงินและออฟฟิตทั้งหมด แม่บ้านก็ไม่มี ล้างแก้ว เก็บกวาดถูทำความสะอาดเอง  พนักงานมีไม่ถึง 10 คน มีญาติ  กับ น้องที่เคยออกบูธขายสินค้ามาช่วยเท่านั้น ระบบไอที คอมพิวเตอร์ยังไม่พร้อมเหมือนตอนนี้  กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จ พนักงานทำงานกันถึงสว่างแทบทุกวัน ซึ่งเป็นภาพที่ยังอยู่ในความทรงจำ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเป็นระบบมากขึ้น”
เมื่อธุรกิจมีการเติบโต “ดร.สมชาย” และ “ดร.ธิดานันท์” ก็เตรียมความพร้อมไว้ครบทุกด้าน และสร้างความแข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาตนเอง เพราะเชื่อว่าธุรกิจใดทำทุกวันแต่ไม่พัฒนาตนเองจะอยู่ได้แค่ 5 ปีก็จบเองโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าหากพัฒนาก็อยู่ในนาน 10 ปี  จากเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของธุรกิจขายตรงร้านสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท” ที่พลิกวิกฤตในปัจจุบันให้เป็นโอกาสสำหรับผู้คน

เบื้องหลังคุณภาพสินค้า “จอยมาร์ท”

“จอยมาร์ท” หรือ ร้านขายตรงสะดวกซื้อขายตรงแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย โดยมีรูปแบบการบริหารงานที่ฉีกมิติจากขายตรงทั่วไป เพียงคุณเดินเข้าไปในร้าน “จอยมาร์ท” แล้วซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน คุณก็สามารถรอรับผลประโยชน์ได้ในวันที่ 8 ของทุกเดือน ณ วันนี้ มีจำนวนสินค้าที่วางเรียงรายตามชั้นวางอยู่ทั้งสิ้นกว่า 9,000 รายการในร้าน “จอยมาร์ท” และมีคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไป
ด้วยคุณภาพที่ผ่านการคัดกรองมาเป็นอย่างดี ก่อนออกมาวางขายเพื่อส่งถึงมือสมาชิก ผู้บริโภค และลูกค้าทั่วไป ซึ่งเบื้องหลังคุณภาพของสินค้านั้นที่อยู่ภายใต้ “เจริญโอสถ” ได้ถูกกลั่นกรองอย่างพิถีพิถันด้วยสองมือของ “ดร.ธิดานันท์ เข็มทองใหญ่” มาสู่ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า
“ความที่เราเป็นผู้หญิงจะละเอียดอ่อน อย่างเช่นเรื่องของสินค้าทุกชิ้นที่วางในร้านต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน โรงานการผลิต ทุกอย่างต้องถูกต้อง เป็นการการันตีคุณภาพของสินค้า  สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและนักเครือข่าย ทุกวันมีซัพพลายเออร์หลายรายที่ต้องการจะนำสินค้าใหม่เข้ามาวางในเจริญโอสถ และจอยมาร์ท จึงจำเป็นต้องคัดสรรเป็นอย่างดี ทั้งคุณภาพและแพ็คเกจจิ้ง ออกแบบ สีสันคำพูด ทุกรายการ รวมทั้งเรื่องของสัญญา กฎหมาย เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ต้องระวังอย่างถี่ถ้วน  ประสบการณ์มันสอนให้เราต้องรอบคอบเสมอ”
สำหรับการบริหารงาน “ดร.ธิดานันท์” ได้กล่าวย้ำว่า  เมื่อเราเป็นนายเขา ต้องเปิดใจกว้าง  ซึ่งในการทำงานอาจ มีทั้งคนที่ตั้งใจทำงานและไม่ตั้งใจทำงาน  ก็พยายามมองในส่วนดีของเขา  เน้นความสามารถที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร สอนให้รู้จักการพัฒนาตนเอง  เน้นการทำงานให้ทุกคนมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ผลักดันให้มีประสิทธิผลให้งานมีคุณภาพมากที่สุดให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความ สุขมากที่สุด
“ในส่วนระบบการทำงานของ “เจริญโอสถ” ก็จะอิงทฤษฎี ญี่ปุ่นนิดนึง จะเลือกคนที่มีคุณภาพและมีประสบการณ์ในการทำงานมากที่สุด  ให้เป็นหัวหน้า  เน้นให้รู้จักพัฒนาผลักดันตนเองให้โดดเด่นอย่างมีคุณภาพ  ปลูกฝังความรักสามัคคีในองค์กร การทำงานเป็นทีมเวิร์คสำคัญมาก และ บวกการบริการต้องเป็นเลิศด้วย ตอนนี้เราทำเวิร์คช็อปกันอยู่    ในปี 2552 ของเจริญโอสถ เราพัฒนาปรับปรุงการบริหารองค์การไปพร้อม ๆ กัน กับการขยายตลาดอย่างมืออาชีพ ให้พนักงานทุกคนรู้ว่าเราจะต้องทำอะไร เป้าหมายคืออะไรซึ่งสามารถนำเสนอ ให้ท่านประธานดูผลงานได้ตลอดเวลา   เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อย่างยั่งยืน ตามหลักทฤษีแห่งความสุข DHN ( Gross national happiness)”
นับจากวันที่ “จอยมาร์ท” เปิดขึ้นมา ก็นับเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ที่บรรดาสมาชิกของ”เจริญโอสถ” และลูกค้าทั่วไปได้ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ ปัจจุบันมีถึง 30 สาขาทั่วประเทศและกำลังจะสร้างที่รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของเรา ส่วนต่างจังหวัดก็ขยายไปตามภูมิภาคต่างๆ เช่น อุดรธานี ขอนแก่น ลพบุรี เป็นต้น
การบริหาร “เวลาที่ลงตัว”
ถึงแม้ว่างานจะรัดตัวเพียงใด “ดร.ธิดานันท์” ยังใช้เวลาบางส่วนอยู่กับการอ่านหนังสือที่เธอชอบเป็นชีวิตจิตใจ และยังแบ่งเวลาไปปฏิบัติธรรมในช่วงวันอาทิตย์ หากวันอาทิตย์ ไม่ได้ไปปฎิบัติธรรมที่วัด ก็จะเอาเวลาทั้งหมดให้กับครอบครัว โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นเวลาที่มีความสุขมากเพราะลูกชายคนโตของเธอได้เข้าร่วม โครงการอุปสมหมู่ของเจริญโอสถ ฯ  ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาที่คุณแม่ทุกคนรอคอย และปิติมากจนถึงเวลานี้
และนี่ก็เป็นพิสูจน์อีกหนึ่งตัวอย่างของหญิงเลือดนักสู้ ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงปัจจุบัน ณ ตอนนี้เธอพร้อมที่จะสร้าง “เจริญโอสถ” ให้แข็งแกร่ง เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายใหญ่ที่วาดไว้คือ ให้ผู้คนได้พบกับโอกาสด้วยระบบขายตรงในนาม “เจริญโอสถ” โดยการผ่านร้านสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท” แห่งนี้

อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 6 ฉบับที่ 146 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2551

About earngearng

เป็นคนสดใส คิดในสิ่งที่ดีๆ ตลอด จิตใจอ่อนโยน รักเพื่อนฝูง ไม่ได้เป็นปาร์ตี้เกิร์ลสักเท่าไหร่ เพราะชอบให้เวลากับครอบครัวซะมากกว่า..

Posted on พฤศจิกายน 10, 2010, in ข่าวย้อนหลัง. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: