ย้อนรอยความสำเร็จ3เศรษฐีเงินล้าน


ย้อนรอยความสำเร็จ3เศรษฐีเงินล้าน 
‘ณัฎฐ์ชุดา-อนันตโชติ-นิรชา’ ผู้นำหัวใจแกร่งแห่ง’จอย แอนด์ คอยน์’

ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป”…เป็นคำกล่าวที่ยังคงความคลาสสิกในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน ที่ต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ทำทุกวิถีทางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี บางคนเลือกเดินเข้าสู่ถนนขายตรง ด้วยความหวังอยากมีรายได้ที่มากขึ้น แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางนี้เสียเมื่อไหร่ มีไม่น้อยที่ล้มแล้วไม่ลุก แต่คงไม่ใช่ “ณัฎฐ์ชุดา สิริชววัฒน์” และ “อนันตโชติ – นิรชา ชัยปรีชา” นักสู้และนักขายมืออาชีพจากค่าย “จอย แอนด์ คอยน์” เป็นแน่!

เพราะเขาเหล่านี้ต่างก็ต้องต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคนานัปการ กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นสมาชิกคลับเงินล้านชั้นแนวหน้าในวันนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่ต้องเอาชนะความท้อแท้ สิ้นหวัง แล้วแปรเปลี่ยนเป็นพลัง
เพื่อลุกขึ้นเดินต่อ ทว่าวันนี้พวกเขาทำสำเร็จ มีทุกสิ่งอย่างที่ใจปรารถนา ซึ่งต้องบอกว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากอย่างแสนสาหัส หากไม่เคยล้มก็คงไม่รู้วิธีลุกขึ้นสู้ใหม่ นี่คือแนวคิดที่ใช้ปลุกปลอบใจตัวเองในยามเหนื่อยล้า และเป็นที่มาของเรื่องราว “คลับเงินล้าน” ในปักษ์นี้

เริ่มต้นกันที่ “ณัฎฐ์ชุดา สิริชววัฒน์” อดีตแม่พิมพ์ของชาติ ที่เข้าสู่วงการเครือข่ายเนื่องจากต้องการหารายได้เสริม เพราะลำพังเงินเดือนครูบวกกับเงินเดือนสามีที่รับราชการทหาร ไม่สามารถตอบสนองค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้เต็มที่ ลูกๆ ทั้งสองคนก็อยู่ในวัยกำลังเรียน ดังนั้น สองสามีภรรยาจึงดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เริ่มจากการทำเครือข่ายกับค่ายยักษ์ใหญ่ แต่ด้วยความคิดไกลฝันไกล จึงได้กู้หนี้ยืมสินมาทำธุรกิจอย่างอื่นเพิ่มเติม

แต่แล้วความฝันว่าจะรวยก็ต้องพังทลายลงไปต่อหน้า เมื่อวันหนึ่งสามีเดินมาบอกว่าธุรกิจที่ทำล้มเหลว ทุกอย่างที่ลงทุนไปมีค่าเท่ากับศูนย์ เหลือเพียงหนี้ก้อนโตไว้ให้ดูต่างหน้า “ณัฎฐ์ชุดา” จึงต้องยอมละทิ้งความฝันในวัยเยาว์ด้วยการลาออกจากอาชีพครู ด้วยหวังจะหางานอย่างอื่นทำเพื่อปลดหนี้ 3 ล้านบาท แต่เหตุการณ์ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คาด เพราะเธอลาออกมาโดยที่ยังไม่รู้จะทำอะไร เงินลงทุนก็ไม่มีสักบาท จึงต้องไปทำงานรับจ้างล้างถ้วยกาแฟ และทอดปาท่องโก๋ข้างๆ โรงเรียนที่เคยสอน ที่เจ็บปวดที่สุดคือ ต้องทนเห็นสายตาดูถูกจากเพื่อนครูและคนรอบข้าง

น่าอัศจรรย์ใจที่เธอสามารถอดทนเพื่อเงินวันละ 150 บาท ให้ลูกๆ ได้มีค่าขนมไปโรงเรียน จนในที่สุดเธอรวบรวมเงินทุนได้ก้อนหนึ่ง เพื่อขายส้มตำ ไก่ย่าง แต่ชีวิตก็ยังคงอยู่ในมุมมืด เมื่อต้องหลบๆ ซ่อนๆ เจ้าหนี้ที่คอยมาทวงเงิน

เคราะห์ซ้ำกระหน่ำซัดอีกครั้ง!…เมื่อ “ณัฎฐ์ชุดา” ล้มป่วยเป็นกระดูกทับเส้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำงานหนัก เธอนอนอยู่โรงพยาบาลเพื่อทำกายภาพอยู่เป็นเดือนๆ เนื่องจากไม่สามารถเดินได้ ชีวิตที่ถูกเส้นบางๆ ขีดคั่นไว้ระหว่างความเป็นกับความตาย ทำให้หนี้ 3 ล้านบาทกลายเป็นเรื่องเล็ก เธอจึงตั้งจิตอธิษฐานขอให้หายจากการเจ็บป่วย และจากนี้เธอจะสู้ สู้กับอุปสรรคทุกอย่างไม่มีถอย ต้องปลดหนี้และมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ให้ได้

ดูเหมือนเทวดาจะได้ยินคำอธิษฐาน เมื่อเธอหายป่วยและกลับมาเดินได้อีกครั้ง สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือต้อง “รวย” ด้วยการทำเครือข่าย เพราะเธอเคยสัมผัสธุรกิจนี้มาก่อนและประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ความสวยงามของเครือข่ายยังอยู่ในใจเสมอ เพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่าจะเดินเข้าไปหาค่ายใด บ้านหลังไหนที่จะเติมเต็มความปรารถนาให้เป็นจริง

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นกับชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเพื่อนเก่าได้ชักชวนให้เธอและสามีรู้จัก “เจริญโอสถ” หรือ “จอย แอนด์ คอยน์” ในปัจจุบัน สองสามีภรรยาไปนั่งฟังแผนการตลาดด้วยหัวใจที่พองโต มองเห็นแสงสว่างรำไรอยู่เบื้องหน้า ด้วยหวังจะฝากชีวิตไว้กับที่นี่

4 ปีแรกกับ “จอย แอนด์ คอยน์” นั่น “ณัฎฐ์ชุดา” ยอมรับว่ายังห่างไกลกับคำว่า “สำเร็จ” เพราะทำงานแบบสะเปะสะปะ ไม่มีข้อมูล ไม่มีที่ปรึกษา แม้จะไม่เป็นหนี้เพิ่ม แต่ก็ยังใช้หนี้ไม่หมด เธอจึงกลับลำตั้งตัวใหม่ด้วยการเดินเข้าไปหา ประธานบริษัท “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ขอคำปรึกษาการทำธุรกิจเครือข่าย แล้วก็ไม่ผิดหวังเมื่อได้แนวคิดทฤษฎีกลยุทธ์มากมายมาปรับใช้ในการทำงาน กลายเป็นที่มาของการพัฒนาคนเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ

“ณัฎฐ์ชุดา” สร้างผู้นำขึ้นมาคนแล้วคนเล่า ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้นำภายใต้องค์กรช่วยเหลือตัวเองได้ รู้ลึกรู้จริงเรื่องเครือข่าย จัดตั้งระบบการทำงานเข้ามารองรับ จากอดีตที่ใช้ยุทธวิธีรุก ทำทุกอย่างให้สินค้าถึงลูกค้า แต่มาวันนี้เธอตั้งรับ ให้ลูกค้ามีช่องทางเข้ามาติดต่ออย่างสะดวกสบาย จนพัฒนามาเป็นการสร้างวิธีดึงผู้คนเข้ามาสู่ธุรกิจได้ง่ายที่สุด

เธอวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรกไว้อย่างน่าสนใจว่า ผิดพลาดที่ไปชักชวนคนที่เขาไม่มีแรงจูงใจที่จะรวย เพราะชีวิตของพวกเขาสุขสบายอยู่แล้ว ทำให้เสียงตอบรับที่ต้องการร่วมธุรกิจมีน้อย การขยายเครือข่ายจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ทันทีที่เธอเปลี่ยนวิธีคิด โดยการหันไปชักชวนคนที่มีหนี้สินและอยากรวยเหมือนกับเธอ กลายเป็นว่าไม่มีใครปฏิเสธที่จะร่วมธุรกิจ เพราะมันเป็นความหวังเดียวที่จะพลิกชีวิตได้

กลยุทธ์ต่อมาของ “ณัฎฐ์ชุดา” คือ การเดินสายโมติเวท และไปพบปะผู้นำทุกจังหวัด เมื่อเดินมาบนหนทางที่ถูกต้อง ในที่สุดรายได้ก็ตามมาโดยอัตโนมัติ ไม่มากไม่น้อยแค่เดือนละ “ล้านเศษๆ” เท่านั้นเอง

ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เมื่อเธอและสามีสามารถปลดหนี้ได้ ภารกิจต่อไป คือ สร้างทรัพย์สินไว้ให้ลูกด้วยการซื้อบ้าน 4 หลัง คอนโดที่หาดป่าตองอีก 2 ยูนิต รถยนต์อีก 3 คัน ต่อด้วยโปรเจ็กต์ถอยเบนซ์ป้ายแดง พ่วงด้วยรางวัลชีวิตที่ได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศมาแล้วกว่า 30 ประเทศ

วันนี้ “ณัฎฐ์ชุดา” ได้แต่ขอบคุณธุรกิจขายตรง “จอย แอนด์ คอยน์” และ ท่านประธาน “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ที่มองการณ์ไกลและวางโครงสร้างทุกอย่างเอาไว้อย่างดี หากเธอไม่ได้รับโอกาสคงไม่สามารถจะก้าวมาสู่ ณ จุดนี้ได้ อาชีพเครือข่ายช่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรี ไม่แพ้อาชีพสุจริตอื่นใดในโลกนี้เลย

งานต่อไปของ “ณัฎฐ์ชุดา” คือ ทำอย่างไรให้คนภายใต้องค์กร หรือคนที่คาดหวังกับที่นี่ประสบความ
สำเร็จ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายและอาจจะมีปัญหาอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่รอคอยอยู่เบื้องหน้า แต่เธอสัญญา
ว่าต้องดำเนินภารกิจนี้ให้ลุล่วงแน่นอน พร้อมกับเสนอทางเลือกให้กับคนที่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน และต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต นั่นคือ การเดินเข้ามาบนถนนสายเครือข่าย เพราะเธอมีวันนี้ได้ก็เพราะยอมรับโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “จอย แอนด์ คอยน์” แห่งนี้ ได้สร้างปาฏิหารย์และเปลี่ยนชีวิตชนิดเหนือความคาดหมายมาแล้ว

…ผ่านไปแล้วกับมนุษย์เงินล้านท่านแรก มาต่อกันที่อีกหนึ่งคู่ คือ “อนันตโชติ–นิรชา ชัยปรีชา” ที่ผ่านอุปสรรคขวากหนามมาอย่างโชกโชนเช่นกัน กว่าที่จะประสบความสำเร็จกับธุรกิจเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อนันตโชติ” แม้จบการศึกษาเพียงชั้นประถมปีที่ 6 แต่ในโรงเรียนขายตรงนั้น เขาจบชั้นปริญญาเอก เป็นดุษฎีบัณฑิตเลยก็ว่าได้

หนุ่มพิจิตรคนนี้ผ่านงานรับจ้างมาสารพัด ทั้งเป็น คนรับใช้ เด็กท้ายรถสิบล้อ ช่างเจียระไนพลอยก็เป็นมาแล้ว แม้รายได้จะไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่มีงาน ไม่มีเงิน นี่คือ การรู้จักไขว่คว้าหาโอกาส

“อนันตโชติ” วิ่งเข้าหาโอกาสอีกครั้งกับอาชีพเครือข่าย เพราะรู้ตัวดีว่าข้อจำกัดเรื่องคุณวุฒิการศึกษา ทำให้เขาเสียเปรียบกว่าคนอื่นๆ แม้ประสบการณ์การทำงานจะมีมาก แต่เมื่ออยู่ในสังคมที่ยังตัดสินกันที่ประกาศนียบัตร เขาจึงต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองทัดเทียมกับผู้อื่น

เมื่อเป็นเช่นนี้ “อนันตโชติ” จึงพยายามศึกษาหาความรู้กับสิ่งที่สนใจทำอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาชีพเครือข่าย เพราะมันคือ ความหวังและความฝันของชายผู้มีการศึกษาเพียงชั้นประถม 6 คนนี้ เขาเข้าไปคลุกคลีกับงานขายตรงตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 มีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จบ้าง เขาจึงเข้าๆ ออกๆ วงการเครือข่ายอยู่หลายต่อหลายครั้ง บางช่วงก็เข้าไปทำงานในสายประกัน แต่ที่แน่ๆ คือ มีหนี้สินติดตัวอยู่ 6 แสนกว่าบาทก่อนที่จะมาเจอ “จอย แอนด์ คอยน์”

กลางปี พ.ศ.2545 “อนันตโชติ” ตัดสินใจก้าวเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้ง โดยเลือกร่วมงานกับ “จอย แอนด์ คอยน์” จากนั้นเขาได้กู้เงินมา 2 หมื่น เพื่อเริ่มธุรกิจครั้งใหม่ และตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องปลดหนี้ทั้งหมดให้ได้ภายใน 3 ปี มีบ้านซักหลัง รถมือสอง 1 คัน แต่ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาไปชักชวนคนรอบข้างแต่กลับถูกปฏิเสธและอวยพรให้เขาเอาตัวเองให้รวยก่อน ถ้ารวยแล้วค่อยมาชวนใหม่

จากประสบการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ “อนันตโชติ” รู้ว่าคนใกล้ตัวจะไม่ชอบฟังสิ่งที่เขานำไปเสนอ หากแต่พวกเขาจะคอยดูว่าธุรกิจขายตรงมันทำแล้วประสบความเร็จจริงหรือไม่ ตรงกันข้ามถ้าเขาเอาไปบอกต่อให้คนที่ไม่รู้จักฟัง ก็จะพบว่าคนกลุ่มนี้จะฟังและวิเคราะห์ว่า มีประโยชน์กับเขาอย่างไร เมื่อบรรลุความจริง ณ จุดนี้ เขาจึงเดินหน้าล่าเครือข่ายตามยุทธศาสตร์ที่วางแผนไว้อย่างดี

เพียงแค่ปีเดียวก็สามารถปลดหนี้ได้ 7 แสนบาท แถมปลูกบ้านราคาหลายล้านอีก 1 หลัง และซื้อรถป้ายแดงมา 1 คัน แต่เขาก็ไม่หยุดความสำเร็จไว้เพียงเท่านั้น หากแต่ยังมุ่งเดินหน้าสร้างเครือข่ายต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งได้มาเจอ “นิรชา ชัยปรีชา” ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจที่ “จอย แอนด์ คอยน์” เช่นกัน “นิรชา” เล่าว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความฝัน แต่เดี๋ยวนี้มีความฝันที่รอคอย “อนันตโชติ” เนรมิตให้กลายเป็นความจริง ซึ่งเธอก็ได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ รวมถึงบ้านหลังใหม่ราคากว่า 30 ล้าน ที่ “อนันตโชติ” มอบให้เป็นของขวัญ พร้อมรถเบนซ์ป้ายแดงรุ่นใหม่ล่าสุด

เคล็ดลับความสำเร็จตลอด 9 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นเพราะทุ่มเทให้กับงานโดยไม่สนใจปัญหา เพราะหากนึกถึงแต่เป็นปัญหาจะทำให้มองไม่เห็นเป้าหมาย และที่สำคัญคือ ต้องรู้จริง เข้าใจจริง ตัดสินใจทำให้เป็นจริง หากคิดว่า นี่คือโอกาสของเรา “อนันตโชติ” กล่าว

เพื่อให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบ “อนันตโชติ” ยังคงมุมานะกับธุรกิจเครือข่ายต่อไป แล้วธุรกิจขายตรงทุกวันนี้ง่ายกว่าสมัยบุกเบิกมาก เพราะมีเครื่องมีอคอยสนับสนุน เช่น สื่อวิทยุ ทีวีดาวเทียม เพียงแต่ต้องใช้ให้เป็น เมื่อมีสื่อแล้วก็ต้องทำงานต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เคยเต็มแก้ว เพื่อพร้อมที่จะรับความรู้ใหม่ๆ เข้ามา สำคัญที่สุดต้องมีระบบรองรับคนที่หลั่งไหลเข้าสู่องค์กร การเดินตามคนสำเร็จ หรือที่เรียกว่าก็อปปี้ก็ทำให้รวยได้ เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็อย่าลืมตัว หากทำได้ตามนี้ ไม่ว่าเป็นใครก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ในธุรกิจขายตรงไปได้อีกนาน

จากปีแรกที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 7 ล้าน ปีต่อๆ มา รายได้ก็ค่อยขยับขึ้นไปจนปีหนึ่งๆ รับเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน ทรัพย์สินต่างๆ งอกเงยขึ้นมาเป็นลำดับ “อนันตโชติ” บอกว่างานเครือข่ายสามารถตอบสนองได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ เพราะนี่คือ อาชีพอีกอาชีพหนึ่งที่ทำง่าย รายได้มั่นคง หากรู้จักทำ

คนเราเมื่อขาดและเสาะแสวงหาโอกาส อยากให้ลองมองมาที่อาชีพเครือข่าย เปิดใจศึกษาดูให้ดี คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าเป็นงานที่ไม่มีหลัก ใครทำก็ดูเหมือนคนนั้นจะเป็นคนว่างงานหรือไม่มีความรู้ อีกทั้งรายได้ก็ไม่แน่นอน…แต่ “อนันตโชติ” มองในมุมที่แตกต่าง โดยบอกว่า “ไม่มีอาชีพใดที่จะทำให้คนที่แย่ที่สุด กลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนอาชีพขายตรง” ตัวเขาเองก็เช่นกัน แม้ความรู้จะน้อยนิด แต่เมื่อรู้จักหยิบฉวยโอกาสดีๆ ที่อยู่ตรงหน้า ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนผันไปในทางที่ดีขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่าเลยทีเดียว

และนี่ก็คือ เรื่องราวความสำเร็จของมนุษย์เงินล้านแห่ง “จอย แอนด์ คอยน์” จะเห็นว่าแต่ละคนล้วนเคยผ่านบทเรียนที่เจ็บปวดจากความจนมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น แต่การไขว่คว้าหาโอกาสและใช้มันให้เป็น ก็ทำให้พวกเขากลับมามีที่ยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยอีกครั้ง และบทเรียนความล้มเหลวอันเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ น่าจะเป็นกำลังใจให้หลายๆ คนที่กำลังท้อแท้ได้เป็นอย่างดี….

ที่มา : หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 291 ประจำวันที่ 16 – 28 กุมภาพันธ์ 2554

About earngearng

เป็นคนสดใส คิดในสิ่งที่ดีๆ ตลอด จิตใจอ่อนโยน รักเพื่อนฝูง ไม่ได้เป็นปาร์ตี้เกิร์ลสักเท่าไหร่ เพราะชอบให้เวลากับครอบครัวซะมากกว่า..

Posted on มิถุนายน 8, 2011, in ข่าวย้อนหลัง. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: